วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

บทความที่สนใจ


ความสมหวัง
ความสมหวัง...ความผิดหวังคนเรารู้จักโลกและชีวิตไม่เท่ากัน บางคนมองโลกในแง่ดี (มาก) ขณะที่บางคนเห็นเฉพาะความมืดหม่นของชีวิต การมองและการเห็นดังกล่าวไม่ได้มาจากสายตา หากเกิดจากความรู้สึกนึกคิดซึ่งเป็นเรื่องภายใน คนเรามีพลังในการเผชิญกับแรงเสียดทานในชีวิตไม่เท่ากัน บางคนสิ้นหวังง่ายและบางคนสิ้นหวังยาก แต่การมีชีวิตอยู่บนโลกจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องไม่หมดหวังง่าย ๆ การสร้างความหวังนั้นบางทีก็คล้าย ๆ การหลอกตัวเองอย่างแนบเนียน เพราะถ้าไม่แนบเนียนเราจะไม่เชื่อเรื่องความหวังหรืออาจเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ทั้งสองสิ่งไม่ก่อประโยชน์ใด ๆ เลย... ความสมหวัง...ความผิดหวัง การมีความหวัง...การหมดหวัง การสู้...การยอมแพ้ ความเบิกบานใจ...ความหดหู่ใจ คือสองฝั่งในชีวิตที่คนเราต้องเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย สำหรับคนที่ไม่สู้ก็ไม่ค่อยจะมีหวัง...และเมื่อหมดหวังเราก็จะรู้สึกหดหู่ใจ... ผู้คนไม่สามารถสมหวังได้ตลอดเวลา...แต่เราเลือกที่จะมีความหวังอย่างต่อเนื่องได้ หรือถ้าเลือกไม่ได้ก็อย่าสิ้นหวังแบบยืดเยื้อยาวนาน ผลข้างเคียงของการสิ้นหวังจะทำให้เราหมดเรี่ยวแรง...ขาดแรงบัลดาลใจ ไร้ชีวิตชีวา... เป็นการง่ายมากในการบอกว่า... "จงมีความหวัง"... แต่ค่อนข้างยากในการทำให้ได้เช่นนั้นจริง ๆ ... การมีความหวังต้องอาศัยพลัง...และความอดทนมากพอสมควร... หลังจากออกแรง "หวัง" และสู้ทน "หวัง" แล้วอาจจะไม่สมหวังก็ได้ เพราะการมีหวังและการสมหวังไม่ใช่เรื่องเดียวกัน... มันเป็นเพียงแค่เรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง.. สำหรับการมีความหวังนั้น...แม้มันจะไม่มีสิ่งที่ดีกว่ารออยู่จริง แต่การหวังว่าเรื่องต่าง ๆ จะไม่เลวร้ายเกินไปกว่าเดิม... ก็ถือว่าเป็นความหวังชนิดหนึ่งเหมือนกัน...
ที่มา http://www.teenee.com/

บทความทางวิชาการ


ประวัติไฟฟ้า
ไฟฟ้าที่พวกเรากำลังใช้ประโยชน์นี้ ชาวกรีกโบราณเป็นพวกแรกที่ได้ค้นพบในราว 2000 ปีมาแล้ว พวกเขาได้สังเกตุ เห็นว่า เมื่อนำวัสดุที่เดียวนี้เรียกว่า "อำพัน" ถูกับวัสดุชนิดอื่นก็จะเกิดแรงลึกลับขึ้นที่อำพันนี้ และอำพันดังกล่าวสามารถดึงดูด พวกวัสดุเบา ๆ เช่นใบไม้แห้ง ๆ , เศษกระดาษ , เป็นต้น ส่วนคำว่าไฟฟ้า (electricity) ที่ใช้กันปัจจุบันนี้ ก็มาจากรากศัพท์ ภาษากรีกคำว่า อีเลคตรอน (electron) ซึงแปลว่าอำพัน ปี ค.ศ.1600 (พ.ศ.2143) วิลเลียม กิลเบอร์ต ได้จำแนกวัสดุที่ประพฤติอย่างอำพันว่าเป็นพวก อีเลคตริก (electric) และวัสดุที่ไม่ประพฤติอย่างอำพันว่าเป็นพวกนอนอีเลคตริก (nonelectric) ปี ค.ศ.1733 (พ.ศ.2276) ชารล์ส ดูเฟย์ ได้สังเกตว่า ชิ้นแก้วที่ได้รับอำนาจดังกล่าวสามารถ ดึงดูด และ ผลักวัสดุ ชิ้นอื่นที่ได้รับอำนาจดังกล่าวด้วย ดังนั้นเขาจึงได้สรุปว่าไฟฟ้าต้องมี 2 แบบ ในราวกลางคริสต์สตวรรษที่ 17 เบนจามิน แฟรงคลิน ได้เรียกไฟฟ้า 2 แบบนี้ว่า ไฟฟ้าบวก และไฟฟ้าลบ ต่อมา โทรมัส อัลวา เอดิสัน ได้ประดิษฐ์คิดค้น หลอดไฟฟ้าขึ้นได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในโลก เมื่อปี่ พ.ศ.2422
ประวัติไฟฟ้าในสยาม
ปี พ.ศ.2427 ไฟฟ้าเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรกในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยผู้ริเริ่มนำไฟฟ้าเข้ามาในประเทศคือ เจ้าหมื่นไวยวรนารถ (เจิม แสงชูโต) ต่อมาได้รับพระราชทานยศให้เป็นจอมพล เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี โดยเจ้าหมื่นไวยวรนารถได้ขายที่ดินบริเวณบางอ้อ อันเป็นที่ดินของตนเอง เพื่อซื้อเครื่องกำเนิด ไฟฟ้าจำนวน 2 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ต่างๆ จากประเทศอังกฤษ มาติดตั้งที่กรมทหารหน้า (กระทรวงกลาโหมในปัจจุบัน) เพื่อทดลองเดินเครื่องจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กรมทหารหน้าก่อน เมื่อทดลองเป็นผลสำเร็จแล้วเจ้าหมื่นไวยวรนารถ ได้นำเครื่อง กำเนิดไฟฟ้าไปติดตั้ง ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทและในท้องพระโรง ทดลองผลิตกระแสไฟฟ้าในพระบรมมหา ราชวัง ในงาน พระราชพิธีวันคล้ายวันพระราชสมภพ นับเป็นจุดเริ่มต้นของกิจการไฟฟ้าในไทยอย่างเป็นทางการ
ประวัติการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
การใช้ไฟฟ้าเริ่มเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายในเขตพระนคร มีประชาชนต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นและแพร่หลายไปสู่ ส่วนภูมิภาค ในปี พ.ศ.2472 ได้มีการจัดตั้งแผนกไฟฟ้าขึ้นในกองบุราภิบาล กรมสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย เพื่อจำหน่าย กระแสไฟฟ้าไปยังหัวเมืองต่างๆ และได้ก่อสร้างไฟฟ้าที่เทศบาลเมืองนครปฐมขึ้นเป็นแห่งแรก ในปี พ.ศ.2473 กิจการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเจริญขึ้นเป็นลำดับ จนกระทั่งรัฐบาลได้สถาปนาการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเป็น รัฐวิสาหกิจประเภทสาธารณูปโภคสังกัดในกระทรวงมหาดไทย ได้รับการสถาปนาตามพระราชบัญญัติการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พุทธศักราช 2503 เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2503 มีภาระหน้าที่หลักคือ การผลิตจัดให้ได้มา จัดส่ง และจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า ให้แก่ประชาชนธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ ในเขตจำหน่าย 73 จังหวัดทั่วประเทศ ยกเว้น กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และ สมุทรปราการ
ประวัติการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดสงขลา
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดสงขลา เริ่มดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2503 โดยโอนกิจการมาจากกรมโยธาเทศ- บาล อาคารสำนักงานเดิมเป็นอาคารคอนกรีตแบบเก่า 2 ชั้น และโรงจักรไฟฟ้า ตั้งอยู่ที่เลขที่ 5 ถนนสายบุรี ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ตั้งอยู่บนที่ดินราชพัสดุ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 1,112 ตารางวา ต่อมาการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้จัดสรรงบประมาณให้ก่อสร้างสำนักงานแห่งใหม่ ตั้งอยู่บนที่ดินที่ได้รับการจัดสรร บริเวณหมู่ที่ 2 ตำบลพะวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ 1 งาน ประกอบด้วยอาคารสำนักงานสูง 4 ชั้น อาคารเก็บพัสดุจำนวน 3 หลัง ตั้งอยู่เลขที่ 439/41 หมู่ที่ 2 ตำบลพะวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เมื่อการก่อสร้างอาคาร แล้วเสร็จ ได้ย้ายพนักงานเข้ามาอยู่เมื่อ วันที่ 4 มกราคม 2541
ที่มา : www.pea.co.th/peas3/1204/plawatpea.htm

แนะนำตัว

ชื่อ นายนิรุตติ์ พัฒนศิโรจน์
ชื่อเล่น เป้
นักศึกษา ป.บัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ ฉะเชิงเทรา

วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2551

แนะนำตัว


สวัสดีครับ